Black Ribbon

Ebudget = ภาระในการทำความเย็นของระบบปรับอากาศเนื่องจากปัจจัยภายนอกอาคาร+ภาระในการทำ
ความเย็นของระบบปรับอากาศเนื่องจากปัจจัยภายในอาคาร+พลังงานที่ใช้โดยตรงในระบบ
แสงสว่างและอุปกรณ์ไฟฟ้า
หรือจัดให้อยู่ในรูปที่เข้าใจง่ายคือ
Ebudget = ผลรวมของ [พื้นที่สำหรับแต่ละกิจกรรม (ตารางเมตร) x ชั่วโมงใช้งานต่อปีของพื้นที่ (hr/ปี)
x ค่าการใช้พลังงานมาตรฐาน (W/m2) ]

พื้นที่สำหรับแต่ละกิจกรรม (m2) จะจำแนกพื้นที่ใช้งานตามการใช้พลังงานที่แตกต่างกันคือ พื้นที่ห้องเรียน, สำนักงาน, ห้องคอมพิวเตอร์/ห้องแล็บคอมพิวเตอร์, ห้องสมุด และพื้นที่อื่นๆ
ค่าการใช้พลังงานมาตรฐาน (W/m2) จะขึ้นกับประเภทของพื้นที่






Ebudget = ผลรวมของ [(พื้นที่ขาย (ตารางเมตร) x ชั่วโมงใช้งานต่อปีของพื้นที่ (hr/ปี))
x (ค่าการใช้พลังงานมาตรฐาน (W/m2) ของระบบปรับอากาศ, ระบบแสงสว่าง, ผู้ใช้บริการ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ)]

 ทดสอบค่าดัชนีการใช้พลังงานของ กฟน. สำหรับอาคารประเภทร้านสะดวกซื้อ

หมายเหตุ ผลการทดสอบที่ได้จากโปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ในการอ้างอิง เพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ของโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์การตัดสินต้องมีการพิจารณาด้านคุณภาพการใช้พลังงานร่วมด้วย

 

สูตร

 

สำนักงานแยกพิจารณาพื้นที่ใช้สอยเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ปรับอากาศและไม่ปรับอากาศ และนำ occupancy rate มาพิจารณาด้วย ดังนั้นสมการคำนวณ Ebudget จะได้เป็น

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับอาคารสำนักงาน

 

หมายเหตุ ค่า MEA Index ที่ได้จากโปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ในการอ้างอิง เพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ของโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์การตัดสินต้องมีการพิจารณา

MEA Index (Management of Energy Achievement Index)

          การใช้พลังงานในอาคารขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ในอาคาร กรอบอาคารและพฤติกรรมการใช้ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันยังไม่เคยมีการจัดทำเกณฑ์ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารเช่นเดียวกับอุปกรณ์ประหยัดพลังงานทั่วไปมาก่อน ดังนั้นเพื่อให้เจ้าของอาคารหรือผู้ใช้อาคารได้ทราบถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร ทาง กฟน. จึงได้จัดทำดัชนีการใช้พลังงานของอาคารขึ้นมา เรียกสั้นๆ ว่า MEA Index
โดย MEA Index ย่อมาจาก Management of Energy Achievement Index หมายถึง ค่าดัชนีการใช้พลังงานสำหรับอาคารประหยัดพลังงานของ กฟน. ประเมินจาก


โดย
 คือ พลังงานไฟฟ้าที่อาคารใช้จริงต่อปี ได้มาจากใบเสร็จค่าไฟฟ้า หน่วยเป็น กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี
คือ พลังงานไฟฟ้าที่เหมาะสมของอาคารนั้นๆ หน่วยเป็น กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี

          ประโยชน์ของอาคาร เมื่อทราบค่าดัชนีการใช้พลังงาน หรือ MEA Index สำหรับอาคารของตนเองแล้ว จะช่วยให้เจ้าของอาคารทราบว่า อาคารของท่านมีการใช้พลังงานเป็นอย่างไร มีประสิทธิภาพมาก หรือน้อยกว่าอาคารในกลุ่มเดียวกันหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการใช้พลังงานของอาคารให้ดีมากยิ่งขึ้น

 สูตร

  

          โรงแรมแยกพิจารณาพื้นที่ใช้สอยเป็น ห้องพัก, ห้องจัดเลี้ยง/ห้องประชุม, ห้องอาหาร, lobby และอื่นๆ โดยในส่วนของห้องพักจะนำ %จำหน่ายห้องพัก มาพิจารณาด้วย ดังนั้นสมการคำนวณ E_budget จะได้เป็น

          Ebudget = Eห้องพัก + Eจัดเลี้ยง/ประชุม +  Eห้องอาหาร +  Elobby +  Eother

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับโรงแรม

 

หมายเหตุ ค่า MEA Index ที่ได้จากโปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ในการอ้างอิง เพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ของโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์การตัดสินต้องมีการพิจารณา

กรณี อาคารศูนย์การค้า

สูตร

Eactual = พลังงานไฟฟ้าที่อาคารใช้จริงต่อปี (kWh/ปี) (หมายเหตุ: ต้องเป็นค่าพลังงานไฟฟ้ารวมเฉพาะอาคารหรือพื้นที่ที่ส่งเข้าประกวดเท่านั้น)

= พื้นที่สำหรับแต่ละกิจกรรม × ชั่วโมงการใช้งาน/ปี × ค่าการใช้พลังงานมาตรฐาน (W/m2)

Ebudget = Eร้านค้า + Eร้านอาหาร +Eโรงหนัง/โบว์ลิ่ง + Eสำนักงาน + EHall + Eพื้นที่ส่วนกลาง+ Eพื้นที่อื่นๆ

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับอาคารศูนย์การค้า

กรณี อาคารมหาวิทยาลัย

 สูตร

Eactual = พลังงานไฟฟ้าที่อาคารใช้จริงต่อปี (kWh/ปี) (หมายเหตุ: ต้องเป็นค่าพลังงานไฟฟ้ารวมเฉพาะอาคารหรือพื้นที่ที่ส่งเข้าประกวดเท่านั้น)

= พื้นที่สำหรับแต่ละกิจกรรม × ชั่วโมงการใช้งาน/ปี × ค่าการใช้พลังงานมาตรฐาน (W/m2)

Ebudget = Eห้องเรียน + Eสำนักงาน +Eศูนย์คอมพิวเตอร์ + Eห้อง server + Eห้องสมุด + Eพื้นที่ส่วนกลาง+ Eพื้นที่อื่นๆ

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับอาคารมหาวิทยาลัย

 


 

กรณี อาคารสำนักงาน

สูตร

 

สำนักงานแยกพิจารณาพื้นที่ใช้สอยเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ปรับอากาศและไม่ปรับอากาศ และนำ occupancy rate มาพิจารณาด้วย ดังนั้นสมการคำนวณ Ebudget จะได้เป็น

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับอาคารสำนักงาน

กรณี โรงแรม

 

 สูตร

  

          โรงแรมแยกพิจารณาพื้นที่ใช้สอยเป็น ห้องพัก, ห้องจัดเลี้ยง/ห้องประชุม, ห้องอาหาร, lobby และอื่นๆ โดยในส่วนของห้องพักจะนำ %จำหน่ายห้องพัก มาพิจารณาด้วย ดังนั้นสมการคำนวณ E_budget จะได้เป็น

          Ebudget = Eห้องพัก + Eจัดเลี้ยง/ประชุม +  Eห้องอาหาร +  Elobby +  Eother

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับโรงแรม

 


 

 กรณี Hypermarket

สูตร

 

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับไฮเปอร์มาร์เก็ต

กรณีโรงพยาบาล

สูตร

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับโรงพยาบาล

หมายเหตุ ค่า MEA Index ที่ได้จากโปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ในการอ้างอิง เพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ของโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์การตัดสินต้องมีการพิจารณา


สูตร

 

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับไฮเปอร์มาร์เก็ต

หมายเหตุ ค่า MEA Index ที่ได้จากโปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ในการอ้างอิง เพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ของโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์การตัดสินต้องมีการพิจารณา


สูตร

Eactual = พลังงานไฟฟ้าที่อาคารใช้จริงต่อปี (kWh/ปี) (หมายเหตุ: ต้องเป็นค่าพลังงานไฟฟ้ารวมเฉพาะอาคารหรือพื้นที่ที่ส่งเข้าประกวดเท่านั้น)

= พื้นที่สำหรับแต่ละกิจกรรม × ชั่วโมงการใช้งาน/ปี × ค่าการใช้พลังงานมาตรฐาน (W/m2)

Ebudget = Eร้านค้า + Eร้านอาหาร +Eโรงหนัง/โบว์ลิ่ง + Eสำนักงาน + EHall + Eพื้นที่ส่วนกลาง+ Eพื้นที่อื่นๆ

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับอาคารศูนย์การค้า

 

หมายเหตุ ค่า MEA Index ที่ได้จากโปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ในการอ้างอิง เพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ของโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์การตัดสินต้องมีการพิจารณา

สูตร

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับโรงพยาบาล

หมายเหตุ ค่า MEA Index ที่ได้จากโปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ในการอ้างอิง เพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ของโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์การตัดสินต้องมีการพิจารณา


 สูตร

Eactual = พลังงานไฟฟ้าที่อาคารใช้จริงต่อปี (kWh/ปี) (หมายเหตุ: ต้องเป็นค่าพลังงานไฟฟ้ารวมเฉพาะอาคารหรือพื้นที่ที่ส่งเข้าประกวดเท่านั้น)

= พื้นที่สำหรับแต่ละกิจกรรม × ชั่วโมงการใช้งาน/ปี × ค่าการใช้พลังงานมาตรฐาน (W/m2)

Ebudget = Eห้องเรียน + Eสำนักงาน +Eศูนย์คอมพิวเตอร์ + Eห้อง server + Eห้องสมุด + Eพื้นที่ส่วนกลาง+ Eพื้นที่อื่นๆ

 โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีการใช้พลังงาน สำหรับอาคารมหาวิทยาลัย

 

หมายเหตุ ค่า MEA Index ที่ได้จากโปรแกรมนี้ไม่สามารถใช้ในการอ้างอิง เพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ของโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์การตัดสินต้องมีการพิจารณา